วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เตือนกินผงชูรสเสี่ยงอ้วนไม่รู้ตัว..บอลสเต็ป

 ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าผงชูรสมีไว้ทำอะไร ถ้าไม่ใช่ช่วยชูรสชาติของอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้นจนวางช้อนกันไม่ลง เพราะแบบนี้แล้วจะไม่ให้คนรับประทานไม่อ้วนได้อย่างไรบอลสเต็ป





                ทว่า จากผลงานการศึกษาวิจัยล่าสุด ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารโภชนศาสตร์คลินิกของสหรัฐ พบว่า การรับประทานผงชูรสนี้มีส่วนสัมพันธ์กับปริมาณเส้นรอบเอวที่มีแนวโน้มว่าจะขยายออกอย่างมีนัยสำคัญบอลสเต็ป

                ทั้งนี้ สาเหตุหลักๆ ไม่ใช่แต่เพียงเพราะอาหารอร่อยถูกปากจนทำให้ผู้รับประทานรับประทานไม่หยุด จนเผลอรับประทานเยอะกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการได้รับในแต่ละวันแล้ว แต่ผงชูรส หรือโมโนโซเดียมกลูตาเมต(เอ็มเอสจี) นี้ มีผลกระทบกับการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายตัวหนึ่งที่ชื่อว่า เลปติน(Leptine)

                ฮอร์โมนเลปตินที่ว่านี้มีส่วนสำคัญอย่างมากในการควบคุมความหิวและกระบวน การเผาผลาญอาหารในร่างกาย ซึ่งจากผลการศึกษาได้ค้นพบว่า คนที่รับประทานผงชูรสมากร่างกายก็จะยิ่งผลิตเลปตินมากขึ้นเท่านั้นบอลสเต็ป

                ซึ่งนั่นหมายความว่า เมื่อร่างกายผลิตเลปตินมากขึ้นก็จะส่งผลให้เกิดภาวะต้านเลปติน  จนร่างกายไม่สามารถนำพลังงานที่ได้รับจากอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่

                "เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นคำตอบที่อธิบายว่าทำไมคนที่รับประทานผงชูรสถึงมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าเจ้าตัวจะรับประทานแคลอรีน้อยลงแล้วก็ตาม" คา ฮี ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและโภชนาการจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมที่ได้ทำการศึกษาในครั้งนี้ กล่าว

                ทั้งนี้ ทางทีมงานได้ใช้ระยะเวลาในการศึกษาเก็บข้อมูลอยู่นานถึง 5 ปีครึ่ง ในกลุ่มตัวอย่างประชากรชาวจีนในวัยผู้ใหญ่ 1 หมื่นราย โดยขอให้ผู้ที่เข้าร่วมงานวิจัยชั่งปริมาณผลิตภัณฑ์เอ็มเอสจีก่อนและหลังการรับประทาน เช่น ขวดซีอิ๊ว เพื่อดูว่าคนเหล่านั้นรับประทานเข้าไปมากน้อยแค่ไหนบอลสเต็ป

                ผลที่ได้ระบุว่า ชายและหญิงที่รับประทานเอ็มเอสจีมากกว่า 5 กรัมต่อวัน มีแนวโน้ม 30%ที่จะมีน้ำหนักเกินมาตรฐานเมื่อจบการทดลองเปรียบเทียบกับกลุ่มที่รับเอ็มเอสจีในปริมาณครึ่งกรัมต่อวัน

                ทั้งนี้ทั้งนั้น บรรดานักโภชนาการจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาเสริมว่า ทางทีมงานยังคงต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปเพื่อให้ข้อสรุปที่ได้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

                เอาเป็นว่าในช่วงนี้ผู้บริโภคทั้งหลายก็ควรระมัดระวังในการรับประทานผงชูรส และผงปรุงรสทั้งหลายเอาไว้ให้ดี เนื่องจากในผงเหล่านั้นมีปริมาณเกลือที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะบวมน้ำ จนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นในที่สุดบอลสเต็ป

อารมณ์ดี๊ ดีได้ด้วยอาหาร..บอลสเต็ป

ร่างกายกับจิตใจของเราสัมพันธ์กัน อาหารที่ดีจะกระตุ้นให้สมองโปร่งโล่งและจิตใจสดใส สิ่งที่คุณควรจะนึกถึงเวลากินเพื่อความสุขจึงควรจะเป็นสารอาหาร 5 ชนิดดังต่อไปนี้...

คาร์โบไฮเดรตบอลสเต็ป
               คาร์โบไฮเดรตมีส่วนสัมพันธ์อย่างมากกับกระบวนการผลิตเซโรโทนินฮอร์โมนแห่งความสุขที่จะช่วยกล่อมเกลาจิตใจ โดยคุณจะสังเกตได้ว่าคนที่ลดน้ำหนักแบบโลว์-คาร์บมักจะมีอารมณ์ฉุนเฉียว และสมองก็ต้องการน้ำตาลไปเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะมีประสิทธิภาพได้ อย่างเต็มที่ การศึกษามากมายที่บอกว่าคนที่มีโรคซึมเศร้ามักจะมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ด้วย ทั้งนี้ คาร์โบไฮเดรตก็มีหลายประเภท และประเภทที่ดีก็มักจะอยู่ในผัก ผลไม้ อาหารธัญพืช (ตรงกันข้ามกับขนมหวาน เค้ก หรือโดนัท) เทคนิคในการกินก็คือ แบ่งเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 มื้อ แต่ละมื้อกินคาร์โบไฮเดรตประมาณ 15 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่พบได้ในแอปเปิ้ลขนาดกลางหนึ่งลูก จะช่วยเลี้ยงสมองให้สดใสได้มากเลยบอลสเต็ป

กรดไขมันโอเมก้า-3
               สมองของมนุษย์ประกอบไปด้วยไขมันถึง 60% ผู้เชี่ยวชาญมากมายจึงเชื่อว่า ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 (เช่น ปลาแซลมอน ปลาแม็กเคอเรล และทูน่า) จะช่วยต้านอาการซึมเศร้า เพราะสารสื่อประสาทในสมองจะเคลื่อนตัวได้ดีกว่าในเมมเบรนไขมันที่เกิดจากกรด ไขมันโอเมก้า-3 นอกจากนี้ ปลายังช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนิน ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายขึ้นด้วย

วิตามินบีบอลสเต็ป
               วิตามินบีมากมายหลายชนิดมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง วารสาร BMJ เคยเผยแพร่ว่า มีงานวิจัยอย่างน้อย 8 ชิ้น ที่ระบุว่า 1 ใน 3 ของคนที่เป็นโรคซึมเศร้านั้นมักจะกินกรดโฟลิคน้อยกว่าคนอื่นๆ นี่ทำให้ระดับฮอร์โมนเซโรโทนินลดลงเช่นกัน สำหรับภาวะขาดวิตามินบี 6 จะะทำให้คุณรู้สึกซึมเศร้าและกระวนกระวาย นอกจากนี้ โรคซึมเศร้ายังเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินบี1 (ไธอามิน) หากปล่อยไปโดยไม่ได้รับการรักษา อาจจะทำให้เส้นประสาทเสียหายถาวร เช่นเดียวกับการขาดวิตามินบี 12 เจอวิตามินบีได้ที่...

               B 6    : เนื้อสัตว์ กล้วย อาหารธัญพืช ถั่ว
               B 12  :  ตับ หอยนางรม หอยแครง ไก่งวง ปู
               B 1    : หน่อไม้ฝรั่ง เห็ด เมล็ดทานตะวัน ปลาทูน่า ถั่วเขียน มะเขือเทศ มะเขือม่วง

ทริปโตฟานบอลสเต็ป
               นี่คือกรดอะมิโนจำเป็น (หมายความว่า ร่างกายเราต้องการมันแต่ไม่สามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง) คือสารตั้งต้นในกระบวนการผลิตเซโรโทนิน แต่ตรงกันข้ามกับความเชื่อส่วนใหญ่ ไก่งวงไม่ใช่แหล่งทริปโตฟานที่ดีที่สุด กลับเป็นข้าวโอ๊ต กล้วย นม มะม่วง และช็อกโกแลต ซึ่งควรเป็นแบบดาร์กช็อกโกแลต





แร่ธาตุ
               คนไทยจำนวนมากไม่ได้รับแมกนีเซียมจากอาหารการกินมากพอ และเราจะพบว่าคนที่มีโรคจิตเภทเป็นโรคซึมเศร้า หรือโรคไบโพลาร์ มีแมกนีเซียมน้อยมาก แต่เราสามารถหาได้จากถั่วดำ บร็อกโคลี่ดิบ ปลาน้ำเย็น ถั่ว หอยนางรม หอยเชลล์ เมล็ดพืช นมถั่วเหลือง ผักโขม เต้าหู้ และธัญพืชทั้งหลาย ส่วนอีกแร่ธาตุหนึ่งก็คือ แมงกานีส ที่หากมีน้อยก็จะทำให้คุณเสี่ยงกับโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน แมงกานีสจะมีมากใน จมูกข้าว อบเชย ขิง ขมิ้น ถั่วเปลือกแข็ง หอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยแครง ผงโกโก้ ดาร์กช็อกโกแลต ถั่วแระ พริก เมล็ดทานตะวันบอลสเต็ป

เติมอิ่มกับอาหารเช้าเมนูสบายท้อง..บอลสเต็ป

 รับอรุณเริ่มต้นวันใหม่ มาเติมเต็มให้เช้าของคุณสดใสด้วยเมนูง่ายๆ ที่ให้ทั้งพลังงานและความอร่อยกับ 5 เมนูยอดฮิตติดชาร์ต ที่คุณเองก็ทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน โดยที่เราจัดสูตรลับความอร่อยมาเสิร์ฟให้ถึงที่บ้านคุณบอลสเต็ป





โยเกิร์ตซอสเบอร์รี่  บอลสเต็ป
           เปลี่ยนโยเกิร์ตรสธรรมชาติให้เข้มข้น ด้วยซอสรสเปรี้ยวหวานที่ปรุงง่ายๆ

ส่วนผสมสำหรับ 2-3 ที่
           โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 3-4 ถ้วย เบอร์รี่แช่แข็ง ½ ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ถ้วย น้ำผึ้ง ½ ถ้วย น้ำสุก ½ ถ้วย ผลไม้สดตัดแต่งตามชอบ เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำ
           1. ตักโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ชอบใส่ลงในแก้ว นำไปแช่เย็นเตรียมไว้ แล้วเคี่ยวน้ำตาล น้ำผึ้งกับน้ำสุกพร้อมเบอร์รี่แช่แข็ง
           2. จากนั้น เติมเกลือเล็กน้อย คนไปเรื่อยๆ ให้เข้ากันจนข้นเป็นซอส ชิมรส ตั้งพักให้เย็นลงก่อนนำไปราดลงในแก้วโยเกิร์ตพร้อมผลไม้สดตัดแต่งตามชอบ
               เวลาในการปรุง 10 นาที
               ส่วนผสมราคาประมาณ 140 บาทบอลสเต็ป





ข้าวต้มไก่
           น้ำซุปหอมกลมกล่อม เข้มข้นอร่อยรสขึ้นได้ด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว

ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่
           ข้าว 1 ถ้วย เนื้ออกไก่บด 150 กรัม น้ำสต็อกผัก 2 ถ้วย ซีอิ๊วขาว 4-5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา ขึ้นฉ่าย ต้นหอม และผักชีซอย 1 ถ้วย น้ำมันกระเทียมเจียว 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำบอลสเต็ป
           1. เติมซีอิ๊วและน้ำตาลลงคลุกเคล้ากับเนื้อไก่ให้เข้ากัน แล้วปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ใส่ลงในน้ำซุปเดือดๆ รอจนสุก ตักขึ้นพักไว้
           2. ต้มน้ำซุปพอเดือดอีกครั้ง ใส่ข้าวแล้วเคี่ยวจนเมล็ดข้าวสุกบาน จากนั้น ใส่เนื้อไก่ปรุงรสที่พักไว้ ปรุงรสข้าวต้มด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ ตักใส่ถ้วย แล้วโรยหน้าด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว ขึ้นฉ่าย ต้นหอม และผักชี พร้อมเสิร์ฟ
               เวลาในการปรุง 20 นาที
               ส่วนผสมราคาประมาณ 160 บาท

ขนมครกทรงเครื่อง
           เมนูอาหารในตอนเช้าที่คุ้นตา เค็มๆ หวานๆ หอมกลิ่นกะทิ และอร่อยรส กับหน้าที่หลากหลาย

ส่วนผสมสำหรับ 2-3 ที่
เครื่องปรุงตัวแป้ง
           แป้งข้าวเจ้าอย่างดี 2 ถ้วย น้ำกะทิ ½ ถ้วย น้ำสุก 2 ถ้วย น้ำปูนใส 2 ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำร้อน ½ ช้อนโต๊ะ เกลือป่นเล็กน้อย

เครื่องปรุงหน้ากะทิ
           หัวกะทิ 1 ถ้วย น้ำตาลทราย ½ ถ้วย เกลือป่น 1 ½ ช้อนชา ต้นหอมซอย 3-4 ต้น ฟักทองและเผือกต้มสุกหั่นเต๋าเล็กสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ
           1. ค่อยๆ เทแป้งข้าวเจ้าลงผสมกับน้ำสุกและน้ำปูนใส คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วเติมน้ำกะทิ น้ำตาลมะพร้าว และเกลือป่น คนให้เข้ากัน อีกครั้งพักไว้ จากนั้น จึงค่อยเคี่ยวเครื่องปรุงส่วนหน้าขนมให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น
           2. ตั้งกระทะขนมครกแล้วเช็ดเบ้าด้วยน้ำมันเล็กน้อย ตักแป้งหยอดลงในเบ้า ¾ ส่วน พักให้แป้งสุกสัก 2-3 นาที หยอดหัวกะทิลงในส่วนที่เหลือแล้วโรยหน้าตามชอบ รอจนชอบแป้งเหลืองแล้วค่อยแซะขึ้น พร้อมเสิร์ฟ
               เวลาในการปรุง 10 นาที
               ส่วนผสมราคาประมาณ 80 บาท

สังขยาขนมปัง  
           กรุ่นกลิ่นใบเตยต้องรสหวานลิ้นกลมกล่อมน้ำตาลมะพร้าวเข้ากัน

ส่วนผสมสำหรับ 2-3 ที่
           หัวกะทิ 1 ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว ½ ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ถ้วย แป้งสาลี 1-2 ช้อนโต๊ะ นมข้นจืด 1 ถ้วย ไข่แดง 1 ฟอง ใบเตยสด 3 ใบ แป้งมัน 1-2 ช้อนโต๊ะ เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ
           1. นำใบเตยสดไปปั่นกับน้ำเล็กน้อยจนละเอียดแล้วกรองเอาแต่น้ำพักไว้ ใส่นมข้นจืดลงในหม้อตามด้วยไข่แดงแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้น ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทราย เกลือ หัวกะทิ และน้ำใบเตย คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วค่อยละลายแป้งสาลีและแป้งมันใส่ตามลงไป
           2. นำหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ คนไปเรื่อยๆ จนแป้งขึ้นเงาและสุกทั่วแล้วค่อยยกลง
               เวลาในการปรุง 10 นาที
               ส่วนผสมราคาประมาณ 140 บาท





วาฟเฟิล
           หากไม่มีอุปกรณ์ทำวาฟเฟิล ก็สามารถนำไปทอดในกระทะเคลือบได้เช่นกัน

ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่บอลสเต็ป
           แป้งอเนกประสงค์ 1 ถ้วย ไข่แดง 1 ฟอง นมสด 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ผงฟู 1 ช้อนชา เนย 1 ช้อนโต๊ะ เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ
           1. ผสมแป้ง ผงฟู เกลือ และน้ำตาลเข้าด้วยกัน พักไว้ จากนั้นตีนมสดกับไข่แดงให้เข้ากัน แล้วนำไปตีผสมกับแป้งและเนยให้เข้ากันอีกครั้ง
           2. นำไปเทใส่ลงในเครื่องทำวาฟเฟิล รอจนสุกดีแล้วจัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมไซรัปและแยมตามชอบ
               เวลาในการปรุง 10 นาที
               ส่วนผสมราคาประมาณ 110 บาท

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วันภาษาไทยแห่งชาติ..บอลสเต็ป

การที่คนไทยเรา พูด อ่าน และเขียนภาษาไทยเป็นประจำทุกวันจนเกิดความเคยชิน อาจจะทำให้หลายๆคนไม่รู้สึกว่า “ ภาษาไทย ” มีความสำคัญแค่ไหน และมีคุณค่าเพียงไร หากจะเปรียบก็คงเหมือนกับ “ อากาศ ” ที่เราหายใจเข้าหายใจออกอยู่ตลอดเวลา จนเราแทบไม่รู้ค่า ว่าหากขาดอากาศเมื่อไร เราก็ตายเมื่อนั้น ถึงแม้ว่า “ ภาษาไทย ” จะไม่เหมือนอากาศที่ทำให้เราถึงกับตาย แต่ถ้าหากชาติไทยเราขาด “ ภาษาไทย ” เมื่อไร นั่นก็หมายความว่า “ ความเป็นชาติ ” ส่วนหนึ่งก็สูญสิ้นไปด้วยบอลสเต็ป

        พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้มีพระราชนิพนธ์ตอนหนึ่งว่า “ ภาษาเป็นเครื่องผูกพันมนุษย์ต่อมนุษย์แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งอื่น และไม่มีสิ่งไรที่จะทำให้คนรู้สึกเป็นพวกเดียวกันแน่นอนยิ่งไปกว่าพูดภาษาเดียวกัน ” คนไทยเราแม้จะต่างเผ่าพันธุ์ ต่างเชื้อชาติ ต่างท้องถิ่น หรือต่างศาสนา แต่เมื่อใดก็ตามที่เราต่างพูด “ ภาษาไทย ” ทุกคนย่อมรู้สึกได้ทันทีถึงความเป็นพวกเดียวกัน ความเป็นชาติเดียวกัน ดังนั้น “ ภาษา ” จึงเป็นสิ่งที่จะร้อยรัด และ ผูกพันคนในชาติให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ยิ่งหากอาศัยอยู่ในต่างประเทศ หรือแม้แต่ไปเที่ยว ถ้าได้ยินใครก็ตามพูด “ ภาษาไทย ” ขึ้นมา เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะเกิดความรู้สึกยินดีว่าเจอพวกเดียวกันแล้ว เจอคนไทยด้วยกันแล้วบอลสเต็ป

        การที่ “ ภาษา ” เป็นสิ่งสำคัญก็เพราะว่า ภาษาเป็นสื่อเสียงและสื่อสัญลักษณ์ของมนุษยชาติที่เกิดจากการสร้างสรรค์ และสั่งสมของบรรพบุรุษสืบทอดมาสู่ลูกหลาน เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนในชาตินั้นๆติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกันได้ และเป็นเหตุให้วัฒนธรรมในด้านอื่นๆเจริญขึ้นด้วย หากไม่มี “ ภาษา ” มนุษย์ก็คงไม่สามารถสืบทอดวิชาการความรู้จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง และไม่อาจพัฒนาหรือรักษา “ ความเป็นชาติ ” ของตนไว้ได้ “ ภาษา ” จึงเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่ายิ่งของแต่ละชาติ
บอลสเต็ป

        อาจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิตยสถาน ได้เคยเขียนคำนำในหนังสือ “ ภาษาของเรา ” ตอนหนึ่งว่า “ ในฐานะที่คนไทยเรา เป็นชาติที่มีวัฒนธรรมของตนเองมานับเป็นเวลาพันๆปี เรามีภาษาพูด ภาษาเขียน และเลขของเราใช้โดยเฉพาะ ซึ่งแม้แต่ชาติที่เจริญหรือเป็นมหาอำนาจอื่นๆบางชาติก็หามีครบอย่างเราไม่ บางชาติอาจจะมีแต่ภาษาพูด ขาดภาษาเขียน หรือบางชาติมีภาษาเขียน มีตัวหนังสือของตัวเอง แต่ขาดเลข ต้องขอยืมของชาติอื่นเขามาใช้ จึงนับว่าเป็นสิ่งที่เราน่าจะภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น เราจึงควรที่จะช่วยกันรักษาและส่งเสริมวัฒนธรรมในด้านภาษาของเราให้ยืนยงต่อไปตลอดกาล ชาติที่เป็นมหาอำนาจทางอาวุธ แต่ขาดอำนาจในทางวัฒนธรรมนั้น แม้จะเป็นผู้พิชิตทางด้านการทหาร ก็จะถูกพิชิตทางด้านวัฒนธรรม อย่างพวกตาดมองโกลที่พิชิตเมืองจีนแล้วตั้งราชวงศ์หงวนขึ้นมาครองจีน ในที่สุดก็ถูกพวกจีนที่มีวัฒนธรรมสูงกว่ากลืนชาติหมด.....วัฒนธรรมจึงนับว่าสำคัญยิ่งในอันที่จะพิชิตใจคน การพิชิตทางกายนั้นอาจกลับถูกพิชิตได้ง่าย แต่ การพิชิตทางด้านวัฒนธรรมนั้นเป็นการพิชิตทางด้านจิตใจ จึงเป็นการพิชิตที่นุ่มนวล เป็นการพิชิตที่ผู้ถูกพิชิตยอมสมัครใจให้พิชิต วัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งของไทย และเป็นวัฒนธรรมไทยแท้ๆก็คือ ภาษา ซึ่งแม้ต่อมา จะมีภาษาอื่นมาปะปนอยู่บ้าง แต่ก็เป็นภาษาที่ถูกเรากลืนให้เป็นไทยหมดแล้วทั้งนั้น จึงนับว่าเป็นภาษาไทยโดยแท้ ”

        อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าเสียดายว่า ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการพัฒนาประเทศที่ผ่านมา นอกจากจะทำให้วิถีชีวิตของประชาชนคนไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายแล้ว อิทธิพลของกระแสวัฒนธรรมต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าสู่สังคมไทยอย่างรวดเร็ว รวมทั้งเทคนิคการสื่อสารสมัยใหม่ ยังมีส่วนทำให้ “ ภาษาไทย ” ที่ใช้ในปัจจุบันทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนอยู่ในสภาวะเสื่อมโทรมลงอย่างน่าเป็นห่วง เนื่องจากคนไทยเองได้ละเลยต่อความสำคัญในการใช้ภาษาไทย และมีการใช้ภาษาที่ผิดเพี้ยนในการสื่อสารมากขึ้นทุกที จนเป็นที่น่าวิตกว่า หากไม่รีบช่วยกันแก้ไข นานไปเอกลักษณ์และคุณค่าของภาษาไทยอาจสูญหายไปจนหมดสิ้น
บอลสเต็ป
        ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการเสนอให้รัฐบาลจัดตั้ง “ วันภาษาไทย ” ขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยได้ตระหนัก และเห็นคุณค่าของภาษาไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๒ อันเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖ รอบ กำหนดให้วันที่ ๒๙ กรกฎาคมของทุกปีเป็น “ วันภาษาไทยแห่งชาติ ” ตามที่ทบวงมหาวิทยาลัยเสนอ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านในด้านภาษาไทย รวมทั้งเพื่อกระตุ้นให้สถาบันการศึกษา องค์กร หน่วยงานต่างทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนชาวไทย ได้ตระหนักในความสำคัญของภาษาไทย และร่วมใจกันใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง และรักษาภาษาไทยอันเป็นภาษาประจำชาติไว้ให้งดงามยั่งยืนตลอดไป การที่กำหนดเป็นวันนี้ เนื่องจากตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ได้ทรงเสด็จฯไปเป็นประธานและทรงร่วมอภิปรายกับผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๐๕ เกี่ยวกับปัญหาการใช้คำไทย ซึ่งได้ทรงแสดงพระปรีชาสามารถและความสนพระราชหฤทัยห่วงใยในภาษาไทย จนเป็นที่ประทับใจผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง และนับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของวงการภาษาไทย ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว

        พระราชดำรัสในครั้งนั้น ตอนหนึ่งความว่า “ เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่าวิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้ ...... สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก ...” นอกจากนี้ยังมีพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๑๒ ความว่า “ ในปัจจุบันนี้ปรากฏว่า ได้มีการใช้คำออกจะฟุ่มเฟือย และไม่ตรงกับความหมายอันแท้จริงอยู่เนืองๆ ทั้งออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ถ้าปล่อยให้เป็นไปดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งอันประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเราทุกคน จึงมีหน้าที่จะตัองรักษาไว้ ฉะนั้น จึงขอให้บรรดานิสิตและบัณฑิต ตลอดจนครูบาอาจารย์ได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษา ซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกันเพื่อความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ ”

        ในหนังสือ “ ภาษาไทยเรานี้มีทำนอง ” ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้กล่าวว่าชาติไทยเป็นชาติที่มีภาษาเป็นของตนเองมาตั้งแต่อดีตกาล บ่งบอกถึงความมีเอกลักษณ์และศักดิ์ศรีที่น่าภาคภูมิใจ

        “ ภาษาไทย ” เป็นภาษาที่มีการจัดวางระเบียบแบบแผนไว้อย่างประณีตบรรจง มีอลังการแห่งศิลปะของการผสมผสานเรียงร้อยถ้อยคำให้เป็นท่วงทำนองที่ไพเราะและเหมาะสมอย่างยิ่ง ดังนั้น ในโอกาส “ วันภาษาไทย ” ที่ ๒๙ กรกฎาคม ศกนี้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้น้อมรำลึกและปฏิบัติตามพระบรมราโชวาท ด้วยการช่วยกันธำรงรักษา “ ภาษาไทย ” ที่น่าภาคภูมิใจของเรา ให้เป็นสมบัติอันล้ำค่าสืบทอดต่อไปยังอนุชนรุ่นหลังอย่างถูกต้องและงดงามตลอดไปบอลสเต็ป

ดูแลแม่ท้องเป็นหวัด.บอลสเต็ป

หากป่วยไข้ในยามปกติคุณคงสามารถกินยารักษาอาการได้อย่างไม่กังวลอะไร แต่ในยามท้อง การจะทานยาสักเม็กคงต้องคิดแล้วคิดอีก เพราะลูกต้องรับสารอาหารผ่านรกของคุณ หากทานยาในช่วงนั้นตัวยาก็อาจถูกส่งผ่านและเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้ ฉบับนี้ Modern Mom จึงนำเคล็ดลับดูแลอาการไข้ด้วยวิถีธรรมชาติมาฝากคุณโดยเฉพาะค่ะบอลสเต็ป





ผลกระทบสู่ลูกบอลสเต็ป
              ผศ.นพ.เมธาพันธ์ กิจพรธีรานันท์ ภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ให้ข้อมูลถึงการเป็นหวัดในคุณแม่ท้องว่า จะต้องแบ่งไข้ออกเป็น 2 อย่าง คือไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดธรรมดา

              ถ้าคุณแม่เป็นไข้หวัดใหญ่ ก็อาจจะมีผลกระทบ เช่น อาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยเนื้อตัว และอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรืออ่อนเพลีย คุณแม่อาจทานอาหารได้น้อยลง ก็อาจส่งผลถึงลูกได้ในแง่ว่าสารอาหารต่างๆ ก็ได้น้อยลง แต่เชื้อไข้หวัดใหญ่โดยทั่วไปไม่สามารถที่จะผ่านรกเข้าไปได้ แต่จะติดเชื้อทางเดินหายใจของคุณแม่

แต่หากเป็นไข้หวัดธรรมดานั้นจะไม่ค่อยมีผลกระทบถึงลูก นอกจากบางอาการเท่านั้น เช่น

              ไข้สูง : ถ้าแม่มีไข้สูง เด็กก็จะมีไข้ไปด้วย หัวใจก็จะเต้นเร็วขึ้น อาจมีเลือดสูบฉีดเร็วขึ้น ความดันเลือดอาจจะสูงขึ้น โดยทั่วไปเวลาคุณแม่มาตรวจ คุณหมอจะฟังเสียงหัวใจลูก 60 ครั้งต่อนาทีซึ่งก็ถือว่าเร็วกว่าปกติ ต้องมีการติดตามเพราะอาจมีความเสี่ยงเรื่องหัวใจวาย ช็อก แต่อย่ากังวลไปเพราะถือว่ายังมีโอกาสเกิดน้อยมากบอลสเต็ป
              ไอ : การที่แม่ไอเยอะๆ ไอมากๆ ก็อาจกระตุ้นให้มดลูกบีบรัดตัว บางรายอาจมาในอาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด อาจทำให้คลอดก่อนกำหนด ซึ่งก็จะทำให้เด็กตัวเล็กได้
              และสำหรับแม่ท้องเมื่อมีอาการเจ็บป่วยมักจะมีอาการมากกว่าผู้หญิงทั่วไป อาการจะเปลี่ยนแปลงเร็ว หากปล่อยไม่ดูแลมีโอกาสสูงที่จะลงปอด เป็นปอดบวมได้ แต่ไม่ว่าไข้หวัดใหญ่หรือไข้หวัดธรรมดา เชื้อหวัดนั้นจะไม่ไปถึงลูก ยกเว้นว่าแม่มาป่วยตอนกำลังจะเจ็บท้องคลอด แล้วเป็นหวัดพอดี พอลูกคลอดออกมาก็จะใกล้ชิดแม่ ก็มีโอกาสได้รับเชื้อ หากเป็นไข้หวัดใหญ่ปกติก็อาจจะต้องแยกแม่ลูกก่อน

ธรรมชาติบำบัด
              เมื่อเป็นหวัดแล้ว แม่ท้องควรหลีกเลี่ยงการใช้ยา โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก ที่อาจส่งผลต่อการฟอร์มสมองหรืออวัยวะต่างๆ ของลูก
บอลสเต็ป
              คุณนิวัฒน์ บวรกุลวัฒน์ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ (แพทย์แผนไทยประยุกต์) กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะนำการดูแลตัวเองของแม่ท้องแบบธรรมชาติบำบัดว่า อยากให้เน้นการพักผ่อนและการกินอาหารให้เหมาะสม โดยให้กินอาหารที่อุ่นหรือร้อนนิดๆ แต่ไม่ใช่เผ็ดร้อน เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น เพราะเมื่อร่างกายอบอุ่น ร่างกายก็จะดูแลรักษาตัวเองได้ระดับหนึ่ง ส่วนการดูแลตามอาการนั้น ก็สามารถทำได้ ดังนี้

              มีไข้/คัดจมูก : นอนพักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำเยอะๆ หรือใช้ยาจันทลิลา ซึ่งเป็นยาสมุนไพรสามัญประจำบ้าน เป็นเม็ดแคปซูลที่ประกอบด้วยสมุนไพร 8 ชนิด และรักษาร่างกายให้อบอุ่น
              ปวดหลัง : ใช้ลูกประคบอุ่นๆ มาประคบที่หลัง นวดเบาๆ ไม่ควรนวดแรงๆ เพราะอาจเกิดอาการเกร็งและส่งผลถึงเด็กในท้องได้ หรืออาจทาน้ำมัน ทายาหม่อง ที่ให้ความร้อนก็ใช้ได้เหมือนกัน
              ไอ/จาม : ให้ดื่มน้ำอุ่น หรือน้ำขิง โดยให้จิบบ่อยๆ ก็จะช่วยลดอาการไอ และเสมหะที่เหนียวเกาะก็จะลดลง โดยน้ำขิงนั้นไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาล เพราะจะหวานเกินความจำเป็นสำหรับแม่ท้อง
              เจ็บคอ : ดื่มน้ำอุ่นเยอะๆ หรืออาจใช้ยาอมมะแว้ง หรือมะนาว ซึ่งจะมีอยู่ในมื้ออาหารอยู่แล้ว เพียงแต่อาจต้องกินเยอะขึ้น

              แต่หากอาการหวัดของคุณแม่ท้องเป็นหนักและเป็นนาน ก็ควรไปพบคุณหมอเพราะอาจจะต้องได้รับยา ซึ่งต้องให้คุณหมอดูแลต่อไปค่ะ

ป้องกันไข้หวัดได้ง่ายๆ
              - หลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้บุคคลที่เจ็บป่วย หรือเป็นหวัด
              - กินอาหารร้อน หรืออุ่นๆ ไม่ควรร้อนไป หรือเย็นไป
              - ใช้ที่ปิดปาก-จมูกเป็นประจำ เมื่อบุคคลใกล้ตัวเป็นหวัด
              - ล้างมือบ่อยๆ
              - ให้อยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรอยู่ในห้องแอร์ เพราะอากาศไม่ถ่ายเท และเชื้อโรคก็จะวนเวียอยู่ไม่ไปไหนบอลสเต็ป
              - ดื่มน้ำมากๆ

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การพัฒนาทักษะสำหรับนักว่ายน้ำ.บอลสเต็ป

ขั้นตอนการพัฒนาทักษะท่าฟรีสไตล์ และกรรเชียงบอลสเต็ป

เตะเท้าด้านหลัง (ตะแคง) หายใจ ทุก ๆ การเตะเท้า 12 ครั้ง
เตะเท้าด้านข้างและใช้มือพายน้ำ โดยในท่าฟรีสไตล์ เน้นให้นิ้วโป้งชี้ลงข้างล่าง ส่วนท่ากรรเชียงเน้นให้นิ้วโป้งชี้ขึ้น และคางชิดกับหัวไหล่ที่อยู่ผิวน้ำ สายตามองตรง หน้านิ่ง

การพายน้ำนั้น นิ้วมืออยู่ต่ำกว่าข้อมือ และข้อศอกอยู่สูงกว่าข้อมือตามลำดับ เพื่อป้องกันข้อศอกงอหรือศอกตกนั่นเอง ข้อมือต้องไม่เกร็ง ไม่จำเป็นต้องทำมือเป็นอุ้ง การพายน้ำอาจใช้ Paddle  ในการพายน้ำได้เป็นการเพิ่มความหนักกับการจับน้ำได้อีก Paddle ที่ใช้ สามารถใช้ขนาดใหญ่ได้ บอลสเต็ป

การเตะเท้า 12 ครั้ง จะเร่งการปฏิบัติด้วยการเน้นการพายน้ำด้วยการกดลง และสามารถทำสลับทั้งสองข้างซ้ายและขวาได้ การกดฝ่ามือลงในการพายน้ำ จำเป็นอย่างยิ่งในท่ากรรเชียง
การว่ายแขนเดียว โดยเตะขา 12 ครั้ง แล้วเปลี่ยนข้างจากซ้าย – ขวา การเพิ่มหรือลดจำนวนการเตะเท้า เป็นสิ่งที่ทำได้ จำนวนครั้งของการเตะเท้ามากยิ่งจะยากกว่า โดยยังคงรักษาลักษณะของฝ่ามือโดยนิ้วโป้งชี้ขึ้น สำหรับท่าฟรีสไตล์ และนิ้วโป้งชี้ลงสำหรับกรรเชียง ท่านี้ต้องพยายามรักษาตำแหน่งของศีรษะให้นิ่งขณะแขนเปลี่ยนจากซ้าย-ขวา หรือ ขวา-ซ้าย
แบบฝึก 99,77,55,33 คือ เลขตัวแรกคือจำนวนครั้งที่เตะเท้า และเลขตัวที่สอง (เท่ากัน) คือจำนวน สโตร์คที่ใช้ว่ายอย่างสมบูรณ์ในท่าปกติ ฟรีสไตล์และกรรเชียง รักษาความต่อเนื่อง ความเร็วในการเปลี่ยนข้าง (ซ้าย/ขวา) จะสร้างระยะทางต่อสโตร์คมากขึ้นได้ บอลสเต็ป

จุดสำคัญ ต้องมั่นใจได้ว่า การกลิ้งลำตัวต้องกลิ้งตลอดแนวยาวของลำตัว สะโพกและไหลนักกีฬาสามารถประเมินด้วยความรู้สึก
ของตนเองด้วยการดึงแขนเพียงข้างเดียว จากการวางมือลงสู่ผิวน้ำ คือ ผ่านลำตัว และผลักจนสุด ในจังหวะสำคัญตอนผลักสุดจะใช้การเตะเท้าช่วย ลำตัวจะกลิ้งตลอดแนวยาวของลำตัว ความรู้สึกนี้จะอยู่ในทุก ๆ สโตร์คทั้งท่าฟรีสไตล์และกรรเชียง
ว่ายแบบ 3 แขนแล้วจึงเปลี่ยน โดยเตะเท้า 12 ครั้ง ด้วยการดึงแขนเร็ว 3 แขน โดยกลิ้งสะโพกก่อนแขนฝ่ามือลงสู่ผิวน้ำ (Arm Enkey) ห้ามหายใจขณะใช้แขน แต่ให้หายใจในช่วงกลางของการเตะเท้า
ว่ายแบบ 3 แขนแล้วจึงเปลี่ยน แต่คราวนี้เปลี่ยนเมื่อครบ 5,7,9 หรือ 11 แขนซึ่งขึ้นอยู่กับเพศและความสามารถของนักว่ายน้ำใน
การทำ Drills แต่ยังคงรักษาการเตะเท้าแบบ 12 ครั้งอยู่
ว่ายแบบช้า (Slow motion) เป็นการว่ายแบบที่มีความสมบูรณ์แบบของเทคนิคการว่ายโดย ว่ายช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยกเว้นการกลิ้งสะโพก และการผลักสุดในช่วงสุดท้ายของ FR และ BK
ว่ายแบบ “MAX” ทั้งเป็นการออกแรงเต็มที่ทั้งจำนวนสโตร์ค/นาที (Stroke Rate) และออกแรงเต็มที่ในการกลิ้งสะโพกโดยท่าฟรีสไตล์จะหายใจทั้ง 2 ข้างและเตะเท้าอย่างต่อเนื่องส่วนท่ากรรเชียง
ให้ยกศีรษะสูงและหมุนแขนเร็วที่สุด
เราสามารถดัดแปลงได้เพิ่งเติมดังนี้บอลสเต็ป

ท่าฟรีสไตล์ ให้ใช้ ตีนกบแบบสั้น
ท่ากรรเชียง ให้ใช้ แขนซ้าย 3 ครั้ง ช้า ๆ แขนขวา 3 ครั้ง ช้า ๆ และใช้ 6 แขนต่อเนื่องเร็ว ครั้งแรกทำ 25 เมตร และ 50 เมตร
“ต่ำสุด และสูงสุด” ที่ว่าใช้ต่ำสุดคือจำนวนสโตร์คไม่ว่าจะเป็น Drills หรือการว่ายก็ตาม และสูงสุดคือการออกแรงพยายาม ให้เต็มที่ เราจะรวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน ผู้ฝึกสอนควรระลึกถึงข้อนี้เสมอ และในนักว่ายน้ำระดับสูง ผู้ฝึกสอนจะเพิ่งการตรวจสอบชีพจรเข้าไปด้วย โดยการวัดจำนวนครั้งที่ชีพจรเต้นภายใน 10 วินาที (หรือติดต่อ Webmaster เพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์วัดชีพจรอิเล็กโทรนิกส์แบบไร้สาย)

ว่ายเน้นการกลิ้งสะโพก ที่ความเร็วที่แตกต่างกัน ในท่าฟรีสไตล์และท่ากรรเชียง เช่น ว่ายกรรเชียง 4 สโตร์ค ว่ายฟรีสไลต์ 4 สโตร์ค และเราอาจจะเพิ่มการจับน้ำเข้าไปในแต่ละสโตร์คได้ และการจับน้ำในช่วงแรกของสโตร์เป็นสิ่งสำคัญมาก นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของความถูกต้อง และจะเป็นการเริ่มต้นของการจับความรู้สึกของแรงกดที่ฝ่ามือและที่หน้าแขนหรือท้องแขน (furearms) นั่น! จะเป็นความเร็วของการว่ายน้ำในตอนต้น

ความสมบูรณ์ของความก้าวหน้า เกิดจากการใช้เวลาร่วมกันอย่างช้า ๆ ระหว่างการค้นหาสโตร์คของผู้ฝึกสอนและนักว่ายน้ำ อย่ารีบทำ Drills ลำดับขึ้นของการ Drills อันต่อ ๆ ไปจะเกิดขึ้นเนื่องจากความสมบูรณ์ของ Drills ขั้นนี้แล้วและอุปกรณ์ใน Drillsต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตีนกบ หรือ Paddle เมื่อถอดออกแล้ว ความสมบูรณ์ของ Drills ยังคงมีอยู่เช่นเดิม ผู้ฝึกสอนควรสังเกตความสามารถในการทำ Drills  และนักว่ายน้ำจะรู้สึกถึงการเพิ่มขึ้นของความเร็ว และการเร่งที่เกิดขึ้นเสมอ เพราะนั่นจะทำให้พบทักษะที่เพิ่มมากขึ้น มากขึ้นเสมอ การทำ Drills ไม่มีอะไรที่ง่าย ๆ มันมีอะไรมากมายที่จะทำให้สโตร์คเสีย ถ้าไม่ได้ตั้งใจทำให้ถูกต้องในแต่ละสโตร์ค เลยทีเดียว สโตร์คที่ดีมักเริ่มจาก Drills ที่ถูกต้องอย่างช้า ๆ และสมบูรณ์จนไปถึงความตั้งใจสูงสุด สู่การออกแรงสูงสุดในแต่ละสโตร์ค หมายเหตุ  แบบฝึก (Drills) เหล่านี้สามารถใช้ได้ในระยะทาง 25 หรือ 50 เมตร และบางครั้งอาจใช้ Paddle ด้วยบอลสเต็ป

การป้องกันโรคภูมิแพ้..บอลสเต็ป

ความสำคัญของการป้องกันโรคภูมิแพ้บอลสเต็ป

อุบัติการของโรคภูมิแพ้จากการสำรวจทั่วโลก และการสำรวจในประเทศไทยเอง พบว่า เพิ่มขึ้น 3 – 4  เท่า ภายในระยะเวลา 40  ปีที่ผ่านมา ขณะนี้ประเทศไทย มีอุบัติการของโรคภูมิแพ้โดยเฉลี่ยดังนี้ คือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร้อยละ 23-30, โรคหลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคหืด ร้อยละ 10-15, โรคผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ ร้อยละ 15 และโรคแพ้อาหาร ร้อยละ 5  โดยอุบัติการในเด็ก จะสูงกว่าในผู้ใหญ่
บอลสเต็ป
โรคภูมิแพ้นั้น ถ้าไม่ได้รับการรักษา จะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแย่กว่าคนปกติ เช่น ไม่สามารถนอนหลับได้ตามปกติ, เรียนและทำงานได้ไม่เต็มที่ และอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ไซนัสอักเสบ, ริดสีดวงจมูก, หูชั้นกลางอักเสบ, นอนกรน, ปอดอุดกั้นเรื้อรัง, ผิวหนังติดเชื้อ

สาเหตุของโรคภูมิแพ้บอลสเต็ป

เกิดจาก กรรมพันธุ์ และสิ่งแวดล้อม โดยพบว่า ถ้าบิดาหรือมารดาเป็นโรคภูมิแพ้ จะทำให้บุตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ ประมาณร้อยละ 30-50  แต่ถ้าทั้งบิดาและมารดาเป็นโรคภูมิแพ้ จะมีผลให้บุตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ มากขึ้นถึงร้อยละ 50 - 70 ในขณะที่เด็กที่มาจากครอบครัว ที่ไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้เลย มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้เพียงร้อยละ 10  เนื่องจากในปัจจุบัน ยังไม่สามารถแก้ไขปัจจัยทางกรรมพันธุ์ได้  การควบคุมสิ่งแวดล้อม และการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดา ตลอดจนการรับประทานอาหารที่เหมาะสม จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ในบุตรได้
ทำไมการรับประทานอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม จึงป้องกันโรคภูมิแพ้ได้

เนื่องจากโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่ สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม และมีการศึกษาที่แสดงว่า สิ่งแวดล้อมและอาหาร เป็นปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญของการเกิดโรคภูมิแพ้  ดังนั้น การกำจัดและหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และสารระคายเคืองต่างๆ  เช่น  ควันบุหรี่  ตั้งแต่แรกในเด็ก ที่เกิดในครอบครัวที่เป็นโรคภูมิแพ้ (ซึ่งเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงสูง)  และการให้เด็กดื่มนมมารดา จะสามารถป้องกันไม่ให้เด็กเหล่านี้ เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นได้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ มักมีโรคภูมิแพ้ร่วมกันหลายชนิด  เช่นเด็กที่เป็นผื่นแพ้ผิวหนัง อาจพบมีการแพ้อาหารร่วมด้วย  ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม จะสามารถลดอัตราการเกิดของการแพ้อาหารได้  การดื่มนมมารดาหรือนมสูตรพิเศษ (extensively hydrolyzed  formula หรือ partially hydrolyzed formula)  ซึ่งเป็นนมที่มีการสลายโปรตีน ที่ทำให้เกิดการแพ้ จะช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคภูมิแพ้ได้  นอกจากนี้ การดื่มนมที่ผสมจุลินทรีย์สุขภาพ (probiotic bacteria) เช่น แลคโตบาซิลลัส และบิฟิโดแบคทีเรียม ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกาย มีการสร้างภูมิคุ้มกัน และลดอัตราการเกิดผื่นแพ้ผิวหนังได้
รับประทานอย่างไรจึงป้องกันโรคภูมิแพ้ได้

เด็กที่มีประวัติครอบครัว ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้  ควรหลีกเลี่ยงการดื่มนม และรับประทานอาหารที่มีโปรตีน ซึ่งก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย   โดยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้

ดื่มนมมารดาอย่างน้อย 6 เดือน แต่ไม่ต้องจำกัดอาหารเป็นพิเศษ สำหรับมารดาช่วงระยะตั้งครรภ์และให้นมบุตร
กรณีที่ไม่สามารถให้นมมารดาได้  ควรเลี้ยงบุตรด้วยนมสูตรพิเศษจนกระทั่งเด็กมีอายุ 1 ปี
ไม่ควรเลี้ยงบุตรด้วยนมวัว และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร ที่มีนมวัวเป็นส่วนประกอบ จนกระทั่งเด็กมีอายุ 1 ปี
ไม่แนะนำให้ดื่มนมถั่วเหลือง นมแพะ นมแกะ ทั้งนี้เนื่องจากมีโอกาส ที่จะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ เช่นเดียวกับการแพ้นมวัวบอลสเต็ป
ควรให้อาหารเสริมเมื่อเด็กมีอายุ 6 เดือน โดยแนะนำให้เด็ก รับประทานอาหารเสริมทีละชนิด และสังเกตว่ามีการแพ้อาหารที่ให้หรือไม่ ภายในหนึ่งสัปดาห์ ก่อนที่จะให้อาหารเสริมชนิดใหม่  อาหารเสริมที่ทำให้เกิดอาการแพ้น้อย ได้แก่ ข้าวบด  กล้วยน้ำว้า ฟักทอง น้ำต้มหมู น้ำต้มไก่ ผักใบเขียว
ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไข่ และอาหารที่มีไข่เป็นส่วนประกอบ จนกระทั่งเด็กมีอายุ 2 ปี
ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานถั่ว และปลา จนกระทั่งเด็กมีอายุ 3 ปี
สำหรับเด็กที่ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้ ควรดื่มนมมารดาอย่างน้อย 6 เดือน แต่ไม่จำเป็นต้องงดอาหารบางอย่างที่แพ้ง่าย (เช่น ไข่ ถั่ว ปลา) อาจเพิ่มสารอาหารอื่นๆ ที่อาจเสริมสร้างการทำงาน ของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ ได้แก่ สังกะสี  วิตะมินเอ  ซิลีเนียม และนิวคลีโอไทด์  นอกจากนั้น การบริโภคกรดไขมันไม่อิ่มตัวบางชนิดเช่น docosahexaenoic acid (DHA) ในปริมาณที่เหมาะสม อาจช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ได้

นอกจากการรับประทานอาหารที่เหมาะสมแล้ว ควรหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน เช่น ไรฝุ่น,สัตว์เลี้ยง, เชื้อรา, แมลงสาบ  ตั้งแต่ขวบปีแรก โดย

ใช้เครื่องเรือนน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องนอน
งดใช้พรมปูพื้น ไม่ใช้เก้าอี้นอน หรือเครื่องเรือนที่บุด้วยผ้า ไม่ใช้ที่นอนหรือหมอน ที่ทำด้วยนุ่น หรือขนสัตว์  ควรใช้ชนิดที่ทำด้วยใยสังเคราะห์ หรือฟองน้ำ ควรคลุมที่นอน และหมอนด้วยผ้าพลาสติก หรือผ้าไวนิล หรือผ้าหุ้มกันไรฝุ่น
ไม่สะสมหนังสือหรือของเล่นที่มีขน
ซักผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน, ปลอกหมอน, ผ้าห่มทุก 1-2 สัปดาห์ โดยใช้น้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
ดูดฝุ่น เช็ดถูทำความสะอาดพื้นและเครื่องเรือน เพื่อขจัดฝุ่นละอองเป็นประจำ
ไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขน เช่น สุนัข แมว ภายในบ้าน
พยายามอย่าให้เกิดความชื้น หรือมีบริเวณอับทึบภายในบ้าน เพื่อป้องกันเชื้อรา ไม่ควรนำต้นไม้ ดอกไม้สด หรือแห้งไว้ในบ้าน
จัดเก็บขยะและเศษอาหารให้มิดชิด เพื่อป้องกันและกำจัดแมลงสาบ
การปฏิบัติตังดังกล่าว และระวังไม่ให้เด็กได้รับควันบุหรี่, ควันจากท่อไอเสีย, ควันไฟ, ฝุ่นละอองจากแหล่งต่างๆ ตั้งแต่อายุน้อยๆ  สามารถป้องกัน โรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจได้บอลสเต็ป