“ภาษา”เป็นสิ่งที่สร้าง “อารมณ์” บอลสเต็ป
เพราะฉะนั้นถ้าใช้คำพูดที่ดี อารมณ์ก็จะเป็น "บวก" แต่ถ้าใช้คำพูดไม่ดี อารมณ์ก็จะเป็น "ลบ"
“อารมณ์บวก” คือ สิ่งที่จะสร้างพลัง สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับตัวเรา เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะมีชีวิตที่มีพลังเชิงบวก ให้ใช้ “สติ” ควบคุม “ความคิด” และควบคุม “คำพูด” ของเรา โดยปกติเวลาที่เรามีเรื่องไม่ถูกใจ เรามักจะปล่อยคำพูดเชิงลบ อารมณ์เชิงลบออกมา ยิ่งถ้ากำลังกลุ้มๆ อยู่ด้วย ขอโวยนั่นโทษนี่ไว้ก่อน เช่น ทำไมโชคร้ายอย่างนี้ ทำไมไม่มีใครช่วยเลย
หากอยากให้ชีวิตมีพลัง ลองลดโทนคำพูดเชิงลบลงบ้าง บอลสเต็ป
เช่น ถ้าโกรธแบบอยากจะฆ่าให้ตายคามือ หรือ เกลียด..โห.. เกลียดมันสุดๆ .. ให้มีสติ กระตุกตัวเอง .. อื้อฮือแรงไป.. ถ้าเราเปลี่ยนภาษาที่พูดใหม่ เช่น “ฉันหงุดหงิดตะแหน่วตะแหน่วแล้วนะเว้ย!” แบบนี้ อารมณ์ลบที่รุนแรงมันจะลดทอนลงมา ใช่ไหม?
แต่ถ้าเป็นอารมณ์เชิงบวก ให้ใช้ภาษาที่พูด "ขยาย" ความรู้สึกด้านเป็นบวกได้ "เต็มพิกัด" เพื่อสร้างพลังชีวิต บอลสเต็ป
เช่น ถ้าใครถามเป็นไงบ้าง ถ้าตอบแค่ "โอเค" ฟังดูมันก็ So So ใช่ไหม แต่ถ้าเรา บอกว่า "ดี ดีมาก แจ๋ว แจ๋วสุด ๆ โห ชีวิตนี้มหัศจรรย์" แบบนี้แหละกลไกพลังงานชีวิตจะคึกคัก กระชุ่มกระชวย โดยที่เราไม่รู้ตัว!!
“คำพูดอยู่ที่ปากของเรา” แล้วทำไมจึงไม่พูดในสิ่งที่สร้างพลังให้กับชีวิตของเราล่ะ
วิธีการก็คือ เราต้องฝึกวิธีคิดและมีสติในการเลือกใช้คำที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ซึ่งง่ายมาก คือ เมื่อเจอเรื่องอะไร ให้รู้สึกในทางบวก บอกตัวเองว่า "โชคดี" ไว้ก่อน
เจออะไรแย่ๆ ให้บอกตัวเองว่า “โชคดีจังที่ไม่แย่ไปกว่านี้!!!”
เจอเจ้านายจู้จี้ ก็ให้คิดว่า “โชคดีนะเนี่ย ที่ไม่เจอเจ้านายที่จู้จี้กว่านี้” ลองคิดดูนะว่า ถ้าเราเจอเจ้านายที่จู้จี้มากกว่านี้อีกล่ะ เราก็จะ “สาธุ เจ้านายคนนี้แหละดีแล้ว!”บอลสเต็ป
เจอปัญหาหนักๆ ก็ “เออ ดีไปอีกอย่าง ชีวิตจะได้มีรสชาติ มีอะไรแปลกใหม่ให้เรียนรู้”
เป็นการมองบวก และสร้างคำพูดบวก บวก บวก !!!! วิธีคิด วิธีพูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าเราหลอกตัวเองหรือเราพูดไม่จริง เพราะคนเรา จะโชคดีหรือโชคร้าย จะรวยหรือจน จะสวยหรือน่าเกลียด อยู่ที่การเปรียบเทียบ
ถ้าคิดว่าตัวเองหน้าตาธรรมด๊า ธรรมดา ลองเปรียบเทียบกับคนที่เยินสุดๆ สิ ทีนี้คนสวยธรรมดาก็จะสวยแบบมหัศจรรย์ลั้ลลาเลยล่ะ! เพราะฉะนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับมุมมอง แล้วก็วิธีคิดของเรา
การเลือกใช้คำพูด ไม่ใช่แค่สร้างพลังให้กับตัวเอง แต่ยังสร้างพลังลบหรือบวก ให้คนรอบข้างด้วย เช่น เวลาเจ้านายเจอลูกน้องทำงานไม่ถูกใจ จะทุบโต๊ะ ใส่ไม่ยั้ง พูดว่า “ทำงานเฮงซวย” ก็ได้
แต่..เราจะได้ผลแค่ความสะใจ จะไม่เกิดการแก้ไขข้อบกพร่องผิดพลาดอย่างที่อยากเห็นหรืออยากให้เป็น เพราะถ้าเราบอกแบบเชิงลบ ธรรมชาติของมนุษย์เขาจะปิดกั้นทันที ใครมาโจมตี เขาไม่รับฟังหรอก ต้องบอกกันดีๆ เท่านั้น เขาถึงจะฟัง เรื่องนี้สำคัญ เพราะคำพูดสร้างพลังลบได้มาก
เราจึงต้องมี “สติ” กำกับ อย่าให้พลังงานทางลบกับคนอื่น แทนที่จะบอกลูกน้อง “ผลงานเฮงซวย ซังกะบ๊วยห่วยแตก” เปลี่ยนใหม่เป็น "ถ้าทำแบบนี้จะดีกว่าไหม"
การพูดดีกับพูดไม่ดี ผลลัพธ์จะออกมาต่างกันเยอะมาก
คำพูดดีๆ เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ
เมื่อพูดดี ก็จะ “มีพลัง” แต่ถ้าพูดไม่ดี ก็ “ลดพลัง” ทั้งตัวเองและคนอื่นได้เช่นกัน ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เรายิ่งน่าจะให้กำลังใจ และให้พลังกันและกันมากกว่า ใช่มั๊ย?บอลสเต็ป
วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554
9 วิธี รักสมองของคุณ.บอลสเต็ป
1. จิบน้ำบ่อยๆ
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์
เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การ
ส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ ( อืมม …. มิน่า กินน้ำน้อย รู้สึกโง่ๆ) บอลสเต็ป
2. กินไขมันดี
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดีที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่นบอลสเต็ป
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน)บอลสเต็ป
4. ใส่ความตั้งใจ
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น
ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกันบอลสเต็ป
5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอนเดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรัก
และหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับ
เพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา ฯลฯเพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอนเดอร์ฟินและโดปามีน
ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเองเป็นการลดภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal
ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข ฯลฯ เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึกๆ
สมองใช้ออกซิเจน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง
ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอด
ขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์ บอลสเต็ป
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์
เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การ
ส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ ( อืมม …. มิน่า กินน้ำน้อย รู้สึกโง่ๆ) บอลสเต็ป
2. กินไขมันดี
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดีที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่นบอลสเต็ป
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน)บอลสเต็ป
4. ใส่ความตั้งใจ
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น
ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกันบอลสเต็ป
5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอนเดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรัก
และหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับ
เพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา ฯลฯเพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอนเดอร์ฟินและโดปามีน
ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเองเป็นการลดภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal
ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข ฯลฯ เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึกๆ
สมองใช้ออกซิเจน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง
ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอด
ขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์ บอลสเต็ป
New Year’s Day ..บอลสเต็ป
New Year’s Day
Thailand is well-known for her festivals which take place all the year round. Most of these festivals are influenced by Buddhist and Brahminical religions, however, with the passage of time a number of them have been adopted in deference to the international practice. บอลสเต็ป
Actually, the official New Year’s Day of Thailand has undergone several changes. Once it used to fall at the end of November. Later, during the reign of King Rama V(1868-1910) it was moved to a date round about April and then New Year’s Day was changed to April the first. The universal practice of celebrating the new year on January 1 was adopted in 1941 in deference to the western calendar and this is one of a number of changes aimed at modernising the country. บอลสเต็ป
Though January 1 is regarded as official New Year, the majority of Thais still regard the middle of April (Songkran) as their new year’s day, and on this auspicious occasion a week-long celebration is held throughout the kingdom. Most of activities on Songkran Day involve water throwing, building sand pagodas and pouring lustral water on the aged as a means of blessing. To be frank, a celebration on January 1 is not so popular as that of Songkran. Normally, before the upcoming January 1, people will exchange greeting cards and gifts. Since on this auspicious occasion, a few grand celebrations are held in the kingdom, people take this opportunity to travel upcountry to visit their relatives or spend holidays at a tourist attraction site, while those stay at home will prepare food and other necessary items to make merit on the early morning of January 1 and then take part in various charitable activities held in various places. บอลสเต็ป
At the same time, several companies take this opportunity to give a bonus and announce promotions to their employees who later cash money to buy gifts for relatives and friends before heading to their hometown for a long vacation. บอลสเต็ป
Obviously, in Thailand people celebrate New Year three times a year, namely ; the Thai traditional New Year or Songkran, January 1 and the Chinese New Year. Out of these, Songkran is the most joyous occasion which draw people from all walks of life to take part in a week-long celebration. Meanwhile, the Chinese New Year is important especially for Thai organisations will close their business for several days so that the employers and their employees will be able to celebrate the auspicious occasion with their relatives at home or spend a long holiday in a place they like. บอลสเต็ป
Thailand is well-known for her festivals which take place all the year round. Most of these festivals are influenced by Buddhist and Brahminical religions, however, with the passage of time a number of them have been adopted in deference to the international practice. บอลสเต็ป
Actually, the official New Year’s Day of Thailand has undergone several changes. Once it used to fall at the end of November. Later, during the reign of King Rama V(1868-1910) it was moved to a date round about April and then New Year’s Day was changed to April the first. The universal practice of celebrating the new year on January 1 was adopted in 1941 in deference to the western calendar and this is one of a number of changes aimed at modernising the country. บอลสเต็ป
Though January 1 is regarded as official New Year, the majority of Thais still regard the middle of April (Songkran) as their new year’s day, and on this auspicious occasion a week-long celebration is held throughout the kingdom. Most of activities on Songkran Day involve water throwing, building sand pagodas and pouring lustral water on the aged as a means of blessing. To be frank, a celebration on January 1 is not so popular as that of Songkran. Normally, before the upcoming January 1, people will exchange greeting cards and gifts. Since on this auspicious occasion, a few grand celebrations are held in the kingdom, people take this opportunity to travel upcountry to visit their relatives or spend holidays at a tourist attraction site, while those stay at home will prepare food and other necessary items to make merit on the early morning of January 1 and then take part in various charitable activities held in various places. บอลสเต็ป
At the same time, several companies take this opportunity to give a bonus and announce promotions to their employees who later cash money to buy gifts for relatives and friends before heading to their hometown for a long vacation. บอลสเต็ป
Obviously, in Thailand people celebrate New Year three times a year, namely ; the Thai traditional New Year or Songkran, January 1 and the Chinese New Year. Out of these, Songkran is the most joyous occasion which draw people from all walks of life to take part in a week-long celebration. Meanwhile, the Chinese New Year is important especially for Thai organisations will close their business for several days so that the employers and their employees will be able to celebrate the auspicious occasion with their relatives at home or spend a long holiday in a place they like. บอลสเต็ป
วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ฉลากยา อย่ามองข้าม..บอลสเต็ป
เวลาที่เราได้รับยาหลายๆ คนอาจสงสัยว่าคำแนะนำบนฉลากยานั้นสำคัญอย่างไร และการปฏิบัติที่ถูกต้องตามฉลากยานั้นเป็นอย่างไร เช่น กินยาก่อนอาหารหมายถึงก่อนอาหารกี่นาที กินยาหลังอาหารต้องรับประทานหลังอาหารกี่นาที ถ้าลืมกินยาต้องทำอย่างไร และถ้าเราไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำนั้นจะมีผลอย่างไร แน่นอนว่าคำแนะนำบนฉลากยาเหล่านั้นล้วนมีเหตุผลทั้งสิ้น และมีวิธีปฏิบัติตามคำแนะนำที่ถูกต้องดังนี้บอลสเต็ป

บอลสเต็ป
การกินยาก่อนอาหาร
ปกติแนะนำให้กินยาก่อนอาหารประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหารมื้อล่าสุด 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่กระเพาะว่างเนื่องจากอาหารจะลดการดูดซึมยา ทำให้ยาออกฤทธิ์ไม่ดีหรือไม่ได้ผล ตัวอย่างเช่น ยารักษาโรคติดเชื้อบางชนิด เช่นDicloxacillin, Cloxacillin , Azithromycin เป็นต้น ยาเบาหวานบางชนิดเพื่อหวังผลต่อมื้ออาหาร เช่น Glibenclamide เป็นต้น ยาป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียน เช่น ยา Metoclopramide, Domperidone เป็นต้นบอลสเต็ป
การกินยาหลังอาหาร
โดยทั่วไปควรกินยาหลังอาหาร 15-20 นาที แต่ยาบางชนิดอาจต้องรับประทานพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารทันทีเนื่องจากยาทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะได้ เช่น ยาแก้ปวดลดการอักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen, Naproxen, Diclofenac, Mefenamic acid เป็นต้น
กินยาต่อเนื่องจนยาหมด
ยาบางชนิดเมื่ออาการดีขึ้นก็หยุดยาได้ แต่ยาสำหรับรักษาโรคติดเชื้อ จำเป็นต้องกินยาต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่ายาได้ทำลายเชื้อก่อโรคหมดแล้ว ระยะเวลาที่กินขึ้นกับชนิดความรุนแรงของโรคและดุลยพินิจของแพทย์ ยาบางชนิดต้องกินต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการให้เป็นปกติ ได้แก่ ยาลดความดันโลหิต ยาเบาหวาน และยาสำหรับรักษาโรคแผลในทางเดินอาหาร เป็นต้น
ยาที่กินแล้วอาจทำให้ง่วงนอนบอลสเต็ป
ผลข้างเคียงของยาบางชนิดอาจทำให้ง่วงซึมจึงต้องระวังเมื่อขับรถ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร และห้ามดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจเสริมฤทธิ์ของยาจนเกิดอันตรายได้ เช่น ยาแก้แพ้สำหรับบรรเทาอาการคัน ผื่นแดง หรือลดน้ำมูก เช่น Chlorpheniramine, Hydroxyzine หรือยาคลายเครียด เช่น Diazepam, Alprazolam เป็นต้น
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีผลต่อยา
ยาบางชนิดประสิทธิภาพลดลงเมื่อกินร่วมกับนม แคลเซี่ยม ยาลดกรด เช่น Ciprofloxacin, Levofloxacin, Ofloxacin, Norfloxacin เป็นต้น จึงต้องกินยาโดยเว้นช่วงห่างจากอาหารประเภทดังกล่าวอย่างน้อย 2ชั่วโมง ผลไม้บางชนิดเช่น grapefruit มีคุณสมบัติเป็นตัวยับยั้งเอนไซม์ที่จะไปทำลายยา จึงทำให้ระดับยาสูงขึ้นจนอาจเกิดผลข้างเคียงจากยาได้ยาที่ grapefruit มีผลต่อระดับยา เช่น Simvastatin เป็นต้นบอลสเต็ป
บอลสเต็ป
การกินยาก่อนอาหาร
ปกติแนะนำให้กินยาก่อนอาหารประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหารมื้อล่าสุด 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่กระเพาะว่างเนื่องจากอาหารจะลดการดูดซึมยา ทำให้ยาออกฤทธิ์ไม่ดีหรือไม่ได้ผล ตัวอย่างเช่น ยารักษาโรคติดเชื้อบางชนิด เช่นDicloxacillin, Cloxacillin , Azithromycin เป็นต้น ยาเบาหวานบางชนิดเพื่อหวังผลต่อมื้ออาหาร เช่น Glibenclamide เป็นต้น ยาป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียน เช่น ยา Metoclopramide, Domperidone เป็นต้นบอลสเต็ป
การกินยาหลังอาหาร
โดยทั่วไปควรกินยาหลังอาหาร 15-20 นาที แต่ยาบางชนิดอาจต้องรับประทานพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารทันทีเนื่องจากยาทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะได้ เช่น ยาแก้ปวดลดการอักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen, Naproxen, Diclofenac, Mefenamic acid เป็นต้น
กินยาต่อเนื่องจนยาหมด
ยาบางชนิดเมื่ออาการดีขึ้นก็หยุดยาได้ แต่ยาสำหรับรักษาโรคติดเชื้อ จำเป็นต้องกินยาต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่ายาได้ทำลายเชื้อก่อโรคหมดแล้ว ระยะเวลาที่กินขึ้นกับชนิดความรุนแรงของโรคและดุลยพินิจของแพทย์ ยาบางชนิดต้องกินต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการให้เป็นปกติ ได้แก่ ยาลดความดันโลหิต ยาเบาหวาน และยาสำหรับรักษาโรคแผลในทางเดินอาหาร เป็นต้น
ยาที่กินแล้วอาจทำให้ง่วงนอนบอลสเต็ป
ผลข้างเคียงของยาบางชนิดอาจทำให้ง่วงซึมจึงต้องระวังเมื่อขับรถ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร และห้ามดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจเสริมฤทธิ์ของยาจนเกิดอันตรายได้ เช่น ยาแก้แพ้สำหรับบรรเทาอาการคัน ผื่นแดง หรือลดน้ำมูก เช่น Chlorpheniramine, Hydroxyzine หรือยาคลายเครียด เช่น Diazepam, Alprazolam เป็นต้น
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีผลต่อยา
ยาบางชนิดประสิทธิภาพลดลงเมื่อกินร่วมกับนม แคลเซี่ยม ยาลดกรด เช่น Ciprofloxacin, Levofloxacin, Ofloxacin, Norfloxacin เป็นต้น จึงต้องกินยาโดยเว้นช่วงห่างจากอาหารประเภทดังกล่าวอย่างน้อย 2ชั่วโมง ผลไม้บางชนิดเช่น grapefruit มีคุณสมบัติเป็นตัวยับยั้งเอนไซม์ที่จะไปทำลายยา จึงทำให้ระดับยาสูงขึ้นจนอาจเกิดผลข้างเคียงจากยาได้ยาที่ grapefruit มีผลต่อระดับยา เช่น Simvastatin เป็นต้นบอลสเต็ป
เลี้ยงแมวระวัง 'มะเร็งสมอง'..บอลสเต็ป
นักวิจัยแดนน้ำหอมศึกษาพบความเชื่อมโยง "แมว" และ "มะเร็งสมอง" ในมนุษย์ โดยแมวอาจแพร่ปรสิตก่อโรคบอลสเต็ป

บอลสเต็ป
ใครที่มีสัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างเจ้าแมวเหมียวอยู่ในบ้านอาจต้องระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้นแล้ว เมื่อการศึกษาของทีมนักวิจัยของเฟรเดอริก โธมัส แห่งสถาบันวิจัย CNRS ในเมืองมงแปลีเยของฝรั่งเศสพบว่า เจ้าเหมียวอาจแพร่โรคมะเร็งสมองมายังเจ้าของได้ โดยเชื่อมโยงปรสิตชื่อว่า Toxoplasma gondii ซึ่งพบในกระเพาะอาหารของแมวกับมะเร็งสมองในมนุษย์บอลสเต็ป
นักวิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลมะเร็งสมองในผู้หญิงและผู้ชายทั่วโลกและเปรียบเทียบกับอัตราการติดเชื้อปรสิต Toxoplasma gondii ซึ่งพบว่าอัตราการเกิดมะเร็งสมองสูงที่สุดในประเทศที่ติดเชื้อปรสิตสูงที่สุดเช่นกัน แม้ว่าจะนำปัจจัยอื่นๆ เช่น รายได้มาพิจารณาด้วย นักวิจัยเชื่อว่าผลที่ได้ แม้จะยังไม่ได้พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่นับว่ามีเหตุผลเพียงพอที่เชื่อได้ว่าปรสิตดังกล่าว เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งสมองในมนุษย์ และอาจช่วยป้องกันกลุ่มเสี่ยงที่ใกล้ชิดแมวให้หนีห่างโรคร้ายชนิดนี้ได้บอลสเต็ป

ทั้งนี้ มะเร็งสมองเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน นับเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ยากที่สุด เฉพาะที่อังกฤษเพียงที่เดียว มีผู้ป่วยเสียชีวิตมากกว่า 3,500 คนต่อปี สำหรับปรสิต Toxoplasma gondii พบได้ในมนุษย์เช่นกัน หรือราว 1 ใน 3 ของประชากรทั่วโลก มีปรสิตชนิดนี้ในสมอง (พบในชาวอังกฤษราว 34%) และเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพทั้งในมนุษย์และสัตว์ โดยมีวงจรชีวิตที่ซับซ้อนและสามารถเจริญพันธุ์อยู่ได้เฉพาะในแมวเท่านั้น ก่อนปล่อยไข่แพร่กระจายการติดเชื้อผ่านมูล ซึ่งปัจจุบันมีคำแนะนำแล้วไม่ให้หญิงมีครรภ์แตะต้องถาดทรายสำหรับขับถ่ายของแมว เพราะเสี่ยงติดเชื้อปรสิตทำให้เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้บอลสเต็ป
บอลสเต็ป
ใครที่มีสัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างเจ้าแมวเหมียวอยู่ในบ้านอาจต้องระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้นแล้ว เมื่อการศึกษาของทีมนักวิจัยของเฟรเดอริก โธมัส แห่งสถาบันวิจัย CNRS ในเมืองมงแปลีเยของฝรั่งเศสพบว่า เจ้าเหมียวอาจแพร่โรคมะเร็งสมองมายังเจ้าของได้ โดยเชื่อมโยงปรสิตชื่อว่า Toxoplasma gondii ซึ่งพบในกระเพาะอาหารของแมวกับมะเร็งสมองในมนุษย์บอลสเต็ป
นักวิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลมะเร็งสมองในผู้หญิงและผู้ชายทั่วโลกและเปรียบเทียบกับอัตราการติดเชื้อปรสิต Toxoplasma gondii ซึ่งพบว่าอัตราการเกิดมะเร็งสมองสูงที่สุดในประเทศที่ติดเชื้อปรสิตสูงที่สุดเช่นกัน แม้ว่าจะนำปัจจัยอื่นๆ เช่น รายได้มาพิจารณาด้วย นักวิจัยเชื่อว่าผลที่ได้ แม้จะยังไม่ได้พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่นับว่ามีเหตุผลเพียงพอที่เชื่อได้ว่าปรสิตดังกล่าว เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งสมองในมนุษย์ และอาจช่วยป้องกันกลุ่มเสี่ยงที่ใกล้ชิดแมวให้หนีห่างโรคร้ายชนิดนี้ได้บอลสเต็ป
ทั้งนี้ มะเร็งสมองเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน นับเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ยากที่สุด เฉพาะที่อังกฤษเพียงที่เดียว มีผู้ป่วยเสียชีวิตมากกว่า 3,500 คนต่อปี สำหรับปรสิต Toxoplasma gondii พบได้ในมนุษย์เช่นกัน หรือราว 1 ใน 3 ของประชากรทั่วโลก มีปรสิตชนิดนี้ในสมอง (พบในชาวอังกฤษราว 34%) และเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพทั้งในมนุษย์และสัตว์ โดยมีวงจรชีวิตที่ซับซ้อนและสามารถเจริญพันธุ์อยู่ได้เฉพาะในแมวเท่านั้น ก่อนปล่อยไข่แพร่กระจายการติดเชื้อผ่านมูล ซึ่งปัจจุบันมีคำแนะนำแล้วไม่ให้หญิงมีครรภ์แตะต้องถาดทรายสำหรับขับถ่ายของแมว เพราะเสี่ยงติดเชื้อปรสิตทำให้เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้บอลสเต็ป
วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ต่อ-แตน..บอลสเต็ป
สัตว์มีพิษบนโลกนี้มีมากมายหลายชนิดและหนึ่งในนั้นที่มนุษย์รู้จักกันดีก็คือ ต่อ-แตน เพราะหลายคนอาจจะเคยได้สัมผัสพบเจอกับความร้ายกาจของมันมาแล้วก็ได้ แต่ในความมีพิษนั้น ก็ย่อมมีประโยชน์อยู่บ้าง เพราะไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ และพืชต่างก็ได้ใช้ประโยชน์จากมันมาบ้าง เมื่อต่อ-แตน มีทั้งประโยชน์และโทษอย่างนี้ เราลองมาทำความรู้จักกับมันเพื่อที่จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัยกันเถอะ...บอลสเต็ป
บรรพบุรุษของต่อและแตนกำเนิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ในยุคไดโนเสาร์เมื่อประมาณ 140 ล้านปีที่แล้ว ก่อนจะแยกสายวิวัฒนาการออกไปเป็นมด ผึ้ง กลุ่มต่อและกลุ่มแตนชนิดต่างๆ และกลุ่มต่อและแตน ซึ่งจัดอยู่ในวงศ์ต่อแตน (Vespidae) ที่มีทั้งหมด 6 วงศ์ย่อย ได้แก่ วงศ์ย่อยแตนหลอด วงศ์ย่อยแตนดอกไม้ วงศ์ย่อยแตนหม้อ วงศ์ย่อยแตนสาย วงศ์ย่อยแตนกระดาษ และวงศ์ย่อยต่อ ซึ่งรวมแล้วมีต่อและแตนมากถึง 4,500 ชนิด ที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะในเขตร้อน แต่ยกเว้นบริเวณขั้วโลกเนื่องจากมีอุณหภูมิหนาวเย็นเกินกว่าต่อและแตนจะ อาศัยอยู่ได้
บอลสเต็ป
ต่อ แตน แฝดคนละฝาที่สวมหมวกวิศวกรและสถาปนิกได้ยอดเยี่ยม
รังต่อส่วนใหญ่มีลักษณะ เป็นรูปทรงค่อนข้างกลม ส่วนรังแตนมีหลากหลายรูปทรง
ต่อและแตนจัดเป็นแมลงที่มีพิษ ร่างกายของต่อและแตนมีโครงสร้างแบ่งเป็นส่วนหัวอก และท้อง มีหนวด 1 คู่, ปีกบางใส 2 คู่ และขา 3 คู่ แต่ส่วนท้องของแตนจะคอดกิ่วกว่าต่อ และแตนจะมีขนาดลำตัวยาวไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร ขณะที่ต่อจะมีความยาวลำตัวตั้งแต่ 1.5 เซนติเมตรขึ้นไป โดยที่ต่อขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ "ต่อหัวเสือยักษ์" มีลำตัวยาวถึง 5 เซนติเมตร ซึ่งพบได้ตั้งแต่ประเทศญี่ปุ่นเรื่อยลงมาถึงภาคเหนือของประเทศไทย
รังของต่อและแตนส่วนใหญ่มีช่องเป็นรูปหกเหลี่ยม ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนักวิทยาศาสตร์ว่าเป็นรูปทรงที่ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ ได้สูงสุด และมีความแข็งแรง โดยรังต่อส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นรูปทรงค่อนข้างกลม ส่วนรังแตนนั้นจะมีหลากหลายรูปทรงมากกว่า มีทั้งคล้ายฝักบัว เป็นแผ่นแบน หรือเป็นเส้นยาว ส่วนวัสดุที่ต่อแตนนำมาใช้ในการสร้างรังก็มีทั้งดิน โคลน เศษไม้ ใบไม้ เยื่อไม้ ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ของต่อและแตน ซึ่งมีส่วนปากที่มีลักษณะพิเศษแบบกัดกิน มีกรามใหญ่ ทำให้สร้างรังที่มีความซับซ้อนได้มากว่าสัตว์อื่นบอลสเต็ป
ส่วนบริเวณที่ต่อแตนชอบทำรังอยู่มีทั้งบนกิ่งไม้สูงๆ ในสุมทุมพุ่มไม้เตี้ย หรือแม้แต่ชายคาบ้าน ขณะที่ต่อแตนบางชนิดที่มีพฤติกรรมอยู่แบบโดดเดี่ยวไม่เป็นสังคม มักจะอาศัยอยู่ในรูบนพื้นดินแทนการสร้างรังบนต้นไม้ ทั้งนี้รังต่อที่สร้างจากเศษไม้ กลายเป็นต้นแบบในการทำกระดาษของมนุษย์ที่เกิดจากความพยายามเลียนแบบธรรมชาติ และเป็นต้นแบบของการสร้างอาคารสูงที่มีความมั่นคงแข็งแรงด้วย
สัตว์สังคมที่มีการแบ่งชนชั้น สัมพันธ์พี่น้องแนบแน่นกว่าแม่ลูก
ต่อ (ซ้าย) และ แตน (ขวา) ข้อแตกต่างที่เห็นชัดเจนคือแตนมีช่วงเอวคอดกิ่วและดูผอมเพรียวกว่าต่อ
ต่อแตนส่วนใหญ่เป็นสัตว์สังคมที่อยู่ร่วมกันในรังขนาดใหญ่ โดยในแต่ละรังจะมีนางพญา และประชากรต่อหรือแตนตัวผู้และตัวเมียอีกจำนวนมาก ที่อยู่ร่วมกันในลักษณะแบบครอบครัวมากกว่าแบบประชากรกลุ่มใหญ่
ต่อและแตนตัวผู้จะมีโครโมโซมเพียง 1 ชุด เกิดจากไข่ของนางพญาที่ไม่ได้รับการผสม แต่ตัวผู้จะมีหน้าที่ผสมพันธุ์กับนางพญาเพียงอย่างเดียว ขณะที่ไข่ที่ได้รับการผสมจะมีโครโมโซม 2 ชุด และเจริญเป็นต่อหรือแตนตัวเมีย แต่ทุกตัวจะเป็นหมันทั้งหมด และมีหน้าที่ในการหาอาหาร เลี้ยงดูตัวอ่อนรุ่นต่อๆไป และดูแลปกป้องรัง ซึ่งเรียกต่อแตนตัวเมียเหล่านี้ว่า "ต่อแตนกรรมกร"
การที่ต่อแตนกรรมกรต้องเป็นหมันและสืบพันธุ์ออกลูกออกหลานไม่ได้ เนื่องจากธรรมชาติได้คัดสรรให้เป็นเช่นนั้น โดยในตัวเมียเหล่านี้มีการสร้างสารเคมีบางอย่างที่ส่งผลให้มันเป็นหมัน และการที่พวกมันเป็นหมันสืบพันธุ์เองไม่ได้ ทำให้พวกมันทำงานเพื่อช่วยต่อแตนนางพญาผลิตประชากรต่อแตนรุ่นใหม่ออกมาได้ มากกว่าการที่ต่อแตนแต่ละตัวจะสืบพันธุ์ออกลูกออกหลานกันเอง และที่เป็นเช่นนี้เพราะต่อแตนมีความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องตัวเมียแนบแน่นมากกว่าความสัมพันธุ์แบบแม่กับลูก
"เหล็กไน" เข็มพิษบินได้ อาวุธร้ายของแมลงเพชฌฆาต
หลายคนมักเข้าใจว่าต่อแตนกรรมกรเป็นต่อแตนตัวผู้ เพราะมีความขยันขันแข็ง ดุร้าย และต่อยเหยื่อให้เจ็บปวดได้ แต่นี่เป็นความเข้าใจที่ผิดถนัด เพราะเหล็กไนของต่อแตนกรรมกรนั้นพัฒนามาจากอวัยวะสำหรับวางไข่ของตัวเมีย เพราะฉะนั้นจึงมีแต่ต่อและแตนตัวเมียเท่านั้นที่มี เหล็กไน (รวมผึ้งตัวเมียด้วย) ซึ่งมีไว้เพื่อหาอาหาร ป้องกันตัว และป้องกันรังจากศัตรู
เหล็กไนของต่อและแตนมีลักษณะคล้ายเข็มปลายแหลมคม โดยโครงสร้างของเหล็กไนประกอบด้วยแผ่นแข็งมีรอยหยักเล็กๆ หลายรอย จำนวน 2 แผ่น ห่อหุ้มรอบท่อน้ำพิษ เมื่อต่อแตนต่อยเหยื่อ เหล็กไนจะค่อยๆ ทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อของเหยื่อ แล้วฉีดสารพิษออกมาทางท่อน้ำพิษราวกับเข็มฉีดยา สารพิษดังกล่าวเป็นสารประกอบอินทรีย์ประเภทเดียวกับที่พบในพิษของแมงมุมและ แมงป่อง สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดของเหยื่อ ซึ่งน้ำพิษของต่อชนิดร้ายแรง 1 ตัว มีความรุนแรงพอๆ กับน้ำพิษของผึ้ง 550 ตัว รวมกัน
สำหรับมนุษย์ที่ถูกต่อหรือแตนต่อยนั้นจะมีอาการรุนแรงต่างกันไป อาการแพ้พิษต่อแตนของแต่ละคน และจำนวนต่อแตนที่ต่อย โดยคนที่แพ้ไม่มากจะมีอาการเจ็บปวด บวมที่แผลเล็กน้อย ถ้าแพ้ปานกลางก็จะเจ็บปวดที่แผลมากขึ้น อาจมีอาการหน้ามืด เป็นลม ลมพิษขึ้นตามตัว หรือมีไข้ร่วมด้วย ส่วนผู้ที่แพ้มากจะเกิดอาการหายใจติดขัด ตัวเขียวคล้ำ ความดันโลหิตต่ำ ช็อคหมดสติ และอาจเสียชีวิตได้ ซึ่งอาการแพ้นี้จะทวีความรุนแรงขึ้นได้เมื่อถูกต่อและแตนต่อยในครั้งต่อๆไป
ต่อ แตน แมลงร้ายที่โลกต้องการบอลสเต็ป
นอกจากมีพิษสงร้ายกาจแล้ว แต่อีกด้านหนึ่งของต่อแตนก็มีประโยชน์ต่อธรรมชาติ
"ตัวร้าย" คือภาพลักษณ์ของต่อแตนที่มีพฤติกรรมเป็นสัตว์ผู้ล่า และมีพิษสงร้ายกาจ แต่อีกด้านหนึ่งของต่อแตนก็สวมบทบาท "พระเอก" ของธรรมชาติ เนื่องจากอาหารอันโอชะของพวกมันคือตัวอ่อนของหนอนแมลงชนิดอื่น โดยการต่อยเหยื่อแล้วพากลับรังไปเลี้ยงตัวอ่อน จึงเป็นการควบคุมประชากรแมลงชนิดอื่นโดยธรรมชาติ รวมทั้งแมลงศัตรูพืชด้วย ทำให้เกิดสมดุลของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ
ส่วนต่อแตนที่โปรดปรานการกินน้ำหวานจากดอกไม้ ก็มีส่วนช่วยผสมเกสรให้พืชเกิดเป็นผล เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์โลกนานาชนิด ไม่เว้นแม้แต่มนุษย์ และตัวอ่อนของต่อแตนที่อยู่ในรังนั้นก็ยังเป็นแหล่งโปรตีนของสัตว์ผู้ล่าที่ อยู่เหนือขึ้นไป เช่น นกบางชนิด และมนุษย์อีกด้วยเหมือนกัน ต่อแตนจึงมีบทบาทสำคัญต่อธรรมชาติและในด้านการเกษตรไปพร้อมกัน
คำเตือน! และคำแนะนำเมื่อต้องเผชิญหน้ากับต่อแตน
ต่อแตนจะจู่โจมเมื่อออกล่าเหยื่อ หรือป้องกันรังและอาณาเขตของตัวเอง ฉะนั้นเราจึงไม่ควรไปรบกวนตัวต่อแตน หรือรังของพวกมันโดยเด็ดขาด แต่หากไม่ได้ตั้งใจหรือเกิดเหตุสุดวิสัยจนถูกต่อหรือแตนต่อยเข้า ควรออกจากบริเวณนั้นให้เร็วที่สุด เพราะต่อแตนจะปล่อยสารฟีโรโมนเรียกให้พวกพ้องเข้ามาช่วยจู่โจมศัตรู
ควรหาที่หลบซ่อนที่ปลอดภัยที่สุด หาเสื้อหรือผ้าคลุมหัวให้มิดชิด เนื่องจากต่อแตนชอบจู่โจมที่ใบหน้าและลำคอ ซึ่งเป็นอันตรายมากกว่าส่วนอื่น และหากจำเป็นต้องเข้าไปในบริเวณที่มีต่อแตนอาศัยอยู่ ก็ไม่ควรประพรมน้ำหอม เพราะจะทำให้ต่อแตนตามกลิ่นได้เมื่อเราถูกจู่โจม และหากมีต่อแตนเข้ามาทำรังในบริเวณบ้านเรือนของเรา ควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยกำจัดให้จะดีที่สุด
ส่วนผู้ที่ถูกต่อหรือแตนต่อย ควรรีบประคบเย็นที่บาดแผล รับประทานยาระงับปวด และทายาบรรเทาอาการปวดบวมที่แผล แต่หากไม่ดีขึ้นหรือมีอาการแพ้มากให้รีบไปพบแพทย์ทันทีบอลสเต็ป
วิตามินอะไร ดีต่อหัวใจ..บอลสเต็ป
เมื่อเรารู้สึกยากลำบากในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งทางด้านการรับประทาน อาหารและการออกกำลังกาย การทานวิตามินที่มีผลประโยชน์ที่ดีโดยตรง ต่อระบบหลอดเลือด ต่อหัวใจ ให้ทำงานรับใช้เราไปนานๆ ไม่ลาจากก่อนไปก่อนเวลาบอลสเต็ป
วิตามินอี ผลการวิจัยหลายๆ สำนักสรุปตรงกันว่า การเสริมอาหารด้วยวิตามินอี 200-400ยูนิตสากล (IU) จะเป็นประโยชน์ระยะยาวต่อระบบหลอดเลือด เพราะวิตามินอีไปลดกระบวนการออกซิเดชั่นหรือการสันดาประหว่างอนุมูลอิสระกับ ไขมันตัวร้าย (LDL) ในร่างกาย
เมื่อลดการสันดาปไขมันก็ไม่เกาะติดกับผนังหลอดเลือดมากไป เลือดก็ไหลเวียนดีไม่ติดขัด อุดตันให้หวาดเสียวหัวใจ เราหาวิตามินอีได้จากอาหารประเภทน้ำมันพืช เช่นทานตะวัน ถั่วอัลมอนด์ ผักปวยเล้งบอลสเต็ป
วิตามินซี หน้าที่ ของวิตามินซีก็ช่วยลดการสันดาปเช่นเดียวกับวิตามินอี ช่วยดูแลความดันให้ปกติ แต่ต่างจากวิตามินอีที่วิตามินซีจะลายได้ดีในน้ำ
วิตามินบี วิตามินบี 6 บี 12 และกรดโฟลิค การศึกษาในระยะหลัง มีส่วนสำคัญมากที่ทำให้ป้องกันโรคหัวใจได้ดีขึ้น เพราะมีการพบว่ากรดอะมิโนตัวหนึ่งในร่างกายของเราที่ชื่อว่า โฮโมซีสเทอีน(Homocysteine)หากมีค่าที่สูงเกินไปในร่างกาย จะทำให้ไขมันสะสมในหลอดเลือดเพิ่มขึ้นสูง และเพิ่มการอักเสบในหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงที่ไขมันจะอุดตันการไหลเวียนของหลอดเลือดหัวใจและสมองบอลสเต็ป
และเจ้าโฮโมซีสทีนตัวนี้จะสูงในคนที่ชอบกินแป้งหรือกินข้าวขาว วิตามินบี 12 และกรดโฟลิคจะเป็นสารอาหารที่สำคัญในการลดระดับของโฮโมซีสเทอีนให้อยู่ในระดับไม่ไปก่อให้เกิดปัญหากับระบบหลอดเลือด แต่เราต้องได้รับไม่น้อยกว่าวันละ 200 มิลลิกรัม ผักใบเขียวเข้มมีกรดโฟลิค เช่นผักโขม คะน้า บรอคโคลี่ ถั่วแดง
แมกนีเซี่ยม คนที่ขาดแมกนีเซี่ยม มักมีอาการหลอดเลือดและหัวใจ เพราะแมกนีเซี่ยมสำคัญต่อการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด แมกนีเซี่ยมมีมากในผงโกโก้ เมล็ดทานตะวัน
แคลเซี่ยม การได้แคลเซี่ยมอย่างเพียงพอจะทำให้ความดันเลือดอยู่ในระดับปกติ เราควรได้รับแคลเซี่ยมถึง 1000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยจากอาหารควรได้ถึง 500 มก. และเสริมอีก 500 มก.
น้ำมันปลาโอเมก้า 3 พระเอกอีกตัวหนึ่งที่ลดการอักเสบของหลอดเลือด และช่วยเพิ่มไขมันตัวดี HDL (High Density Lipoproteine)ที่ทำหน้าที่ขนไขมันตัวร้าย LDLไปกำจัดทิ้งไม่ให้มาวุ่นวายกับหลอดเลือดในร่างกาย
ยังมีวิตามินอีกหลายชนิดที่เหมาะกับคนที่ห่วงหัวใจและหลอดเลือด แต่สำหรับผู้เริ่มต้นควรเริ่มพิจารณาจากกลุ่มพื้นฐานที่สำคัญนี้บอลสเต็ป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)